
1. กลับมาที่โปรเจกต์เดิม แล้วระบุผลลัพธ์ที่ยังขาด
เมื่อ Codex หยุดหลังสร้างบางส่วนแล้ว อย่าเริ่มด้วยคำสั่งให้สร้างแอปทั้งหมดใหม่ เปิดโฟลเดอร์เดิมและบอกสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ เช่น บันทึกข้อมูลไม่ได้หรือ build ไม่ผ่าน หากมีแชตเดิมให้ทำต่อในบริบทนั้น แต่ให้ตรวจไฟล์ปัจจุบันก่อน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนไปตั้งแต่ข้อความก่อนหน้า
สำหรับ Master Prompt ของ AgentCraft AI ใช้คำสั่งต่อไปนี้เพื่อให้ตรวจงานที่ทำแล้ว แก้ข้อผิดพลาด และทำข้อกำหนดถัดไปต่อ โดยไม่รื้อฟีเจอร์ที่ใช้งานอยู่
Continue implementing the remaining phases from the Master Prompt. First inspect the current repository and identify completed work. Do not recreate working features. Fix failing tests and build errors, then implement the next incomplete requirements. Report verified results and blockers in Thai.2. ส่งข้อมูลที่ช่วยหาสาเหตุ ไม่ใช่แค่บอกว่าใช้ไม่ได้
สมมติหน้าจองคิวเปิดได้ แต่กดบันทึกแล้วค้าง ให้บอกเส้นทางที่ทำจนเกิดปัญหา ผลที่คาดหวัง และผลจริง พร้อมข้อความ error ที่เกี่ยวข้อง ถ้า error มาจาก terminal ให้ระบุคำสั่งที่รันและช่วงข้อความที่เริ่มล้มเหลว ไม่ต้องส่ง log ทั้งระบบที่มีข้อมูลลูกค้าหรือ secrets
แยกกรณีให้ชัด: build ไม่ผ่านเป็นปัญหาก่อนเผยแพร่ ส่วนหน้าเว็บตอบ 500 หลัง deploy เป็นปัญหาขณะทำงาน และการจองหายแม้ตอบ 200 อาจเป็นปัญหาตรรกะหรือการบันทึก การระบุให้ตรงช่วยลดการแก้ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ปัญหา: กดจองเวลา 10:00 แล้วหน้าแสดงสำเร็จ แต่โหลดใหม่ไม่พบรายการ
ขั้นตอน: ล็อกอินด้วยบัญชีทดสอบ → เลือกบริการ → เลือกเวลา → ยืนยัน → โหลดใหม่
ผลที่ต้องการ: มีรายการเดียวและดึงกลับมาแสดงได้
ตรวจสาเหตุจากเส้นทางบันทึกและอ่านข้อมูล เพิ่ม regression test แล้วแก้เฉพาะส่วนที่จำเป็น
รายงานวิธีทำซ้ำ สาเหตุ และหลักฐานว่าปัญหาหายไป3. เก็บกติกาที่ใช้ซ้ำใน AGENTS.md
OpenAI ระบุว่า Codex อ่าน AGENTS.md เพื่อรับคำแนะนำของโปรเจกต์ คุณใช้ไฟล์นี้บอกวิธีรันแอป คำสั่งตรวจงาน และสิ่งที่ต้องรักษาไว้ได้ เขียนสั้นและตรงกับ repository จริง โดยตรวจว่ามีไฟล์หรือกติกาเดิมอยู่แล้วก่อนเพิ่ม
ตัวอย่างนี้เป็นกติกาสำหรับเว็บจองคิว ต้องปรับชื่อคำสั่งให้ตรงกับโปรเจกต์ อย่าลอกคำสั่ง npm ไปใช้กับ repository ที่ใช้เครื่องมือคนละชุดโดยไม่ตรวจสอบ
# Project working rules
- Preserve the current login and booking flows.
- Inspect package.json for the supported check commands.
- Add regression coverage when fixing booking conflicts.
- Keep credentials out of source control and logs.
- Report commands actually run, results, and remaining blockers in Thai.4. ให้แต่ละการตรวจตอบคำถามคนละข้อ
Tests ช่วยตรวจพฤติกรรมที่กำหนดไว้ เช่น ห้ามจองเวลาซ้ำ Typecheck ช่วยตรวจความเข้ากันได้ของชนิดข้อมูล ส่วน Build ตรวจว่าสร้างชุดไฟล์สำหรับเผยแพร่ได้ ทั้งหมดนี้ยังไม่ยืนยันว่าบัญชีฐานข้อมูลบน production ตั้งค่าถูกต้อง จึงต้องมีการลองใช้งานหลัง deploy ด้วย
ให้ Codex เริ่มจากคำสั่งที่ repository รองรับ หากคำสั่งล้มเหลวให้เก็บสาเหตุ แก้แล้วรันซ้ำ อย่าปิด test หรือทำให้ทุกกรณีผ่านโดยตัด assertion ออกเพื่อให้ได้สถานะสีเขียว
- Lint: รูปแบบโค้ดและข้อผิดพลาดที่เครื่องมือวิเคราะห์หาได้
- Typecheck: ชนิดข้อมูลและข้อตกลงระหว่างส่วนต่าง ๆ
- Tests: เงื่อนไขธุรกิจและพฤติกรรมที่มีการทดสอบครอบคลุม
- Build: สร้างแอปสำหรับ production
- Smoke test: เปิดเว็บจริงและลองเส้นทางสำคัญหลัง deploy
อ่านวิธีตรวจงานจาก README, AGENTS.md และ scripts ของโปรเจกต์
รัน checks ที่เกี่ยวข้อง แก้สาเหตุที่ล้มเหลว และรันยืนยันอีกครั้ง
แยกผลที่ผ่าน ผลที่ยังไม่ผ่าน และสิ่งที่ไม่ได้ทดสอบ
ห้ามระบุว่า deploy สำเร็จจนกว่าจะตรวจสถานะและ URL ปลายทางจริง5. ปิดงานด้วยหลักฐานที่เจ้าของแอปตรวจเองได้
ขอให้ Codex ระบุ commit ที่เผยแพร่ URL ของแอป ผลคำสั่งตรวจ และขั้นตอนลองใช้สั้น ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้เขียนโค้ด ตัวอย่างงานจองคิวควรมีบัญชีทดสอบสองบทบาท และข้อมูลทดสอบที่ลบได้โดยไม่กระทบลูกค้าจริง
หากติดเรื่องยืนยันบัญชีหรือสิทธิ์ ให้ทำขั้นตอนนั้นในบริการเจ้าของบัญชีแล้วกลับมาทำต่อ ไม่ส่งรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันลงแชต งานที่ยังขาดการเชื่อมบริการควรบันทึกว่าเป็นข้อจำกัด ไม่สรุปว่าเปิดใช้งานจริงครบแล้ว
เมื่อปัญหาหายไป ให้บันทึกสาเหตุและวิธีตรวจลงเอกสารของโปรเจกต์ เพื่อให้การแก้ครั้งถัดไปเริ่มจากหลักฐานเดิมได้ หากต้องการทีมช่วยไล่ปัญหาหรือส่งมอบระบบ สามารถเล่าโจทย์กับ AgentCraft AI ได้จากส่วนติดต่อ
แหล่งอ้างอิงและขอบเขต
ตรวจเอกสารทางการเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ขั้นตอนตัวอย่างและโจทย์ธุรกิจจัดทำโดย AgentCraft AI ไม่ใช่เอกสารของ OpenAI และไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ของทุกโปรเจกต์